ผมขับรถไปตามถนนสายที่คุ้นเคยกับทิวทัศน์อันชินตาจากพื้นที่ดินแดงแห้งแล้งเข้าสู่พื้นที่ป่าเขียวอันเปรียบเสมือนโอเอซิส ต้นไม้ค่อยๆ เพิ่มขึ้นๆ ไปตามระยะทาง รวมถึงฟ้าที่อับแสงฟ้ากลายเป็นสีขาว เมฆเจือสีน้ำเงินและหลากสีสัน ผมเฝ้ามองดูการเปลี่ยนแปลงนี้ท่ามกลางถนนอันเงียบสงบ
ใต้ต้นไม้ใหญ่ เธอผู้มีผมยาวหน้าม้าสีน้ำตาล สวมแจ็คเก็ตสีเทาฟ้า กางเกงสี่ส่วนสีน้ำตาลอ่อน จ้องมองมาที่ผม ผมหยุดรถตามสัญลักษณ์มือที่เธอใช้โบกรถ เมื่อผมเปิดกระจกรถ เธอก้มหน้าลงมาพูด
"ขอโทษค่ะ ขอติดรถไป Montason ได้รึเปล่าคะ ลงที่ County Avenue ค่ะ"
ผมกำลังจะไป Wisma ส่วน Montason อยู่ไกลจากที่นั่นประมาณ 70 กม. ตะวันตก
"ได้ครับ ขึ้นมาเลย"
"ขอบคุณค่ะ"
เธอยิ้มต่างจากคำพูดอันเรียบเฉยของเธอ
เธอหิ้วกระเป๋าใบเดียวมาเปิดประตูหลัง ผมมองเธอผ่านกระจกหลัง ผมคิดต่างๆ นานาตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นเธอ ต่างกับท่าทางของเธอที่ดูสบายๆ แต่ก็ไม่รู้ว่าเธอคิดอะไรบ้าง เมื่อเธอนั่งเรียบร้อยแล้วก็ออกรถ
มีคำถามมากมายที่ผมอยากรู้เกี่ยวกับเธอ ทั้งแบบที่อยากถามออกไปและแบบที่ควรจะเก็บไว้ดีกว่า
ผมไม่เคยรับคนโบกรถมาก่อน ก็รู้สึกตื่นเต้นพอสมควรนะครับ
"โชคดีนะที่มาเจอคุณ ดูเหมือนฝนใกล้จะตกแล้ว เย็นนี้ ฉันขอเลี้ยงข้าวคุณสักมื้อนะคะ"
"ขอบคุณครับ ไม่ต้องเลี้ยงก็ได้ คุณคงเลี้ยงไม่ไหวแน่ๆ แล้วผมก็เกรงใจที่จะให้ผู้หญิงเลี้ยงด้วย"
"ฉันชื่ออลิเซียค่ะ คุณล่ะคะ"
"เจสันครับ ยินดีที่ได้รู้จัก"
บทสนทนาจบลง เธอเหลียวมองนอกหน้าต่าง
ผมหมกมุ่นอยู่กับคำถามและความประหลาดใจ จนเงียบไม่ได้ชวนคุยไปสักพัก เด็กผู้หญิงสูงประมาณ 160 ซม. มาอยู่คนเดียวกลางทางได้อย่างไรนะ แต่คำพูดของเธอดูเป็นผู้ใหญ่ไม่ค่อยสมหน้าตาที่อ่อนเยาว์นั่นนัก ผมไม่เอ่ยถามออกไป ได้แต่คิดวิเคราะห์เอาเอง ซึ่งก็ไม่ได้จริงจังอะไรมากมาย
ฝนเริ่มโปรยปรายลงมา จนในที่สุดก็ตกลงมาหลายสายกระทบตัวรถส่งเสียงเบาๆ ผมเปิด CD เพลงเบาๆ ด้วยเสียงเบาๆ เพียงเท่านี้ก็คงไม่เงียบเกินไป นี่ไม่ใช่สำหรับผม แต่สำหรับเธอ...หรือเปล่า?
เธอแทรกเสียงที่สามขึ้นมา
เสียงนั้นค่อนข้างเบา ผมพยายามเงี่ยหูฟัง ที่แท้เธอกำลังฮัมเพลงอยู่นั่นเอง เธอร้องเพลงที่ผมเปิดได้ด้วยล่ะ
ผมก็อยากร้องด้วยแต่ผมอาย ได้แต่ฮัมตามเพลงเบาๆ
* * * * * ** * * * * * * * * * * *
เรามาถึงเมืองจุดหมายปลายทางของผม เมือง Wisma เวลาหกโมงเย็น เราสองคนไม่รีบร้อนไปถึงจุดหมายกันเท่าใดนัก เธอคงจะถึงจุดหมายประมาณทุ่มกว่าๆ ส่วนผมก็จะถึงบ้านหลังจากนั้นอีกประมาณชั่วโมงหนึ่ง ฝนยังคงตกลงมาอย่างต่อเนื่องเราพักทานข้าวกันที่ร้านเล็กๆแต่ผู้คนจอแจพอสมควรบางคนเปียกฝน เจ้าของร้านคงจะชอบใจที่ฝนตก คนที่มาหลบฝนมักจะสั่งอะไรมากินเหมือนว่าเป็นธรรมเนียม ส่วนพนักงานทำความสะอาดก็ต้องสาละวนอยู่กับพื้นที่เฉอะแฉะเรานั่งทานกันที่โต๊ะบาร์ที่อยู่ติดกระจกหน้าร้าน นั่งมองฝนตกข้างนอกผ่านกระจก